เทรนด์การตลาดชี้ ปีนี้จุดพลุต้อนรับ “Beacon Marketing” ได้เลย

เทรนด์การตลาดชี้ ปีนี้จุดพลุต้อนรับ “Beacon Marketing” ได้เลย

แม้ว่ากระแสการใช้งานเทคโนโลยี Beacon ในต่างประเทศจะมีมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับเมืองไทย จากการติดตามเทรนด์ของบริษัทยักษ์ใหญ่หลาย ๆ แห่ง เป็นที่น่าสนใจว่า ในปีนี้ การใช้งานเทคโนโลยี Beacon เพื่อกิจกรรมการตลาดจะมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกับสื่อ OOH (Out-of-Home) เช่น ป้ายบิลบอร์ดต่าง ๆ หรือตามสถานีรถไฟฟ้า ขณะที่กลุ่มเป้าหมายหนีไม่พ้นคนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y และมิลเลนเนียล

ทั้งนี้ การที่ Beacon Marketing เริ่มกลายเป็นเทรนด์สำคัญนั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยนักการตลาดพบว่า ผู้บริโภคในยุคนี้มีการเปิดสัญญาณบลูทูธทิ้งไว้จนเป็นเรื่องปกติ เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT บ้าง หรือระบบ Entertainment ในรถยนต์บ้าง  ต่างจากผู้บริโภคในอดีตที่มักไม่ค่อยมีการเปิดใช้งานบลูทูธมากเท่าไรนัก

แต่เมื่อเอ่ยถึงการทำ Marketing โดย Beacon สิ่งแรกที่นักการตลาด ตลอดจนผู้บริโภคทั่วไปปิ๊งขึ้นมาทันทีอาจเป็นเรื่องของการ Push ข้อความแบบเฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ได้มีการแบ่ง Category เอาไว้แล้วเรียบร้อย แต่ในการใช้งานจริง เราพบว่า ยังมีอีกหลายกรณีมากที่ Beacon สามารถเล่นบทพระเอกได้ ผ่านกรณีศึกษาที่เรานำมาฝากกัน ดังต่อไปนี้

ใช้แจ้งจุดเช็คอิน – รับกระเป๋าในสนามบินนานาชาติออแลนโด

ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามบินนานาชาติ (International Airport) ย่อมหมายถึงความคับคั่งและความสับสนวุ่นวายของนักเดินทาง ที่ออแลนโดก็เช่นกัน โดยในแต่ละปีมีนักเดินทางมากกว่า 4 ล้านคนผ่านเข้าออกยังสนามบินแห่งนี้ แต่ด้วยการมองการณ์ไกล ทีมผู้บริหารตัดสินใจติดตั้งเครือข่าย Beacon  ทั่วสนามบิน ซึ่งเครือข่ายนี้จะคอยส่งสัญญาณแจ้งจุดเช็คอิน จุดรับกระเป๋า ศูนย์รักษาความปลอดภัย รวมถึงข้อมูลการบินของไฟล์ทให้นักเดินทางได้ทราบโดยตรงผ่านทางสมาร์ทโฟน

ใช้แจ้งส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ชมการแข่งขันเบสบอล

เป็นผลงานการคิดค้นของเว็บไซต์ MLB.com ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่โด่งดังมากทีเดียวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาเบสบอล และพวกเขามีการนำ Beacon มาใช้ได้อย่างน่าสนใจด้วยการติดตั้ง Beacon ไว้ตามจุดต่าง ๆ ของสนามกีฬา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเช็คอินได้ สั่งอาหารได้ นำทางไปยังลานจอดรถได้ รวมถึงรับข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้

ใช้ทำสายรัดข้อมือกันเด็กหาย

ตัวนี้เป็นแคมเปญโซลูชันของนีเวีย ที่พัฒนา Beaconให้อยู่ในรูปของเป็นสร้อยรัดข้อมือ และพ่วงเข้ากับแอปพลิเคชันคอยมอนิเตอร์การเคลื่อนไหวของเด็ก ๆ โดยผู้ปกครองสามารถตั้งค่าระยะทางได้ว่า เด็กเล็กควรอยู่ใกล้ผู้ปกครองในระดับใด และถ้าเด็กเดินออกไปนอกระยะที่ตั้งค่าไว้ แอปพลิเคชันก็จะแจ้งเตือนให้ผู้ปกครองทราบในทันที

ใช้บอกเส้นทางในร้านขายยา

หากเป็นห้างปกติทั่วไป ใคร ๆ ก็อยากให้ลูกค้าเดินช้อปสินค้าในห้างนาน ๆ แต่สำหรับแบรนด์ร้านขายยายักษ์ใหญ่อย่าง Rite-Aid แล้วไม่ใช่ เพราะร้านยาแห่งนี้ได้ติดตั้ง Beaconเอาไว้ทั่วทุกจุด ทุกสาขาของห้างที่มีกว่า 4,000 แห่ง และใช้เป็นตัวแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบว่ายาที่พวกเขามองหานั้นอยู่ที่จุดใด ซึ่งแน่นอนว่า Beacon ช่วยสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้กับลูกค้าของ Rite-Aid ได้มากเลยทีเดียว

ลดค่าใช้จ่ายให้กับสวนดอกไม้ในอังกฤษ

ในอดีต การจัดสวนดอกไม้สวย ๆ และเก็บเงินค่าเข้าชมนั้น เจ้าของสถานที่มักต้องทำป้ายบอกข้อมูลของดอกไม้แต่ละสายพันธ์แจ้งให้นักท่องเท่ียวทราบด้วย แต่สำหรับสวนดอกไม้ชื่อดังอย่าง Kew Gardenในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เลือกที่จะใช้ Beacon ส่งข้อมูลของดอกไม้เข้าไปยังสมาร์ทโฟนของลูกค้าโดยตรง ซึ่งทำให้สวนดอกไม้แห่งนี้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำป้ายลงไปได้เยอะมากทีเดียว

**Beacon Technology เป็นเทคโนโลยีในการส่งสัญญาณบลูทูธที่คลื่นความถี่ 2.4 GHzไปยังอุปกรณ์ของผู้รับโดยอัตโนมัติ (เครื่องของผู้รับจะมี Notification ปรากฏขึ้นมา) โดยตัวเครื่องต้องอยู่ในรัศมี 10–30 เมตร  ในปัจจุบันรองรับการใช้งานทั้งบน iOS และ Android

ที่มา

https://bluesensenetworks.com/the-complete-a-z-of-beacon-marketing-use-cases-and-case-studies/

https://www.forbes.com/sites/homaycotte/2015/09/01/beacon-technology-the-what-who-how-why-and-where/#545b597a1aaf




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url