3 เทคนิคเอาเวลาคืนมา สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่

3 เทคนิคเอาเวลาคืนมา สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่

เมื่อเปิดตัวบริษัทใหม่ ธุรกิจใหม่ ลูกค้าใหม่ ใคร ๆ ก็ต้อง ทุ่มเห็นได้จากรอบตัวของผู้เขียนเองที่หลายคนเททั้งแรงกายแรงใจลงไปกันจนหมดหน้าตัก มีไม่น้อยที่มองนาฬิกาอีกทีก็เลยเวลานอนมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ยังแพ็กของไม่เสร็จ ก็นั่งวนแพ็กกันต่อไป หรือบางคนยังเขียนโปรแกรมไม่เสร็จ ก็เขียนต่อไปอย่าได้พัก

เมื่อเปิดตัวบริษัทใหม่ ธุรกิจใหม่ ลูกค้าใหม่ ใคร ๆ ก็ต้อง ทุ่มเห็นได้จากรอบตัวของผู้เขียนเองที่หลายคนเททั้งแรงกายแรงใจลงไปกันจนหมดหน้าตัก มีไม่น้อยที่มองนาฬิกาอีกทีก็เลยเวลานอนมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ยังแพ็กของไม่เสร็จ ก็นั่งวนแพ็กกันต่อไป หรือบางคนยังเขียนโปรแกรมไม่เสร็จ ก็เขียนต่อไปอย่าได้พัก

สตาร์ทอัปหลาย ๆ แห่งก็ยึดนโยบายในการทำงานแบบนี้กัน โดยเฉพาะบรรดา Founder ที่มีความมุ่งมั่นสูง และต้องการใช้โอกาสนี้แสดงความสามารถที่มีออกมา อย่างไรก็ดี การที่ Founder ต้องลงมาจับงานทุกอย่างเอง หรือทำงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน ก็สะท้อนถึงปัญหาในการบริหารจัดการที่สตาร์ทอัป หรือธุรกิจใหม่นั้น ๆ เผชิญอยู่ได้ด้วย ซึ่งเราอาจเรียกว่าเป็นการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะแทนที่ Founder จะได้โฟกัสในเรื่องที่จำเป็นเพื่อสร้างให้ธุรกิจเติบโต ก็กลับต้องมากระจายไปทำงานหลาย ๆ อย่างที่บั่นทอนสมาธิและเวลา

สำหรับใครที่เดินมาถึงจุดนี้และมองว่า อยากได้เวลาที่มีค่าของตัวเองกลับคืน เพื่อจะได้โฟกัสในสิ่งที่ควรจะเป็น เรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากกันดังนี้

1. กำหนดแผนที่ชัดเจน และทำตามแผน

ในทุก ๆ สถานการณ์ การจะดึงเวลาที่มีค่ากลับมาให้ได้นั้น การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญมาก การวางแผนที่ดี  อาจช่วยให้โปรเจ็คได้รับผลตอบแทนกลับมาหลายสิบเท่า ตรงกันข้ามกับการไม่วางแผนล่วงหน้า เพราะจะทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนกัน หรือไม่ก็คาบเกี่ยวกัน หรือไม่ก็ต้องมารอคนอื่นอย่างที่ไม่ควรจะต้องรอ

การวางแผนยังสามารถใช้สำหรับการแบ่งงานใหญ่ ๆ ออกมาเป็นงานย่อย ๆ หลาย ๆ ชิ้น เพื่อให้จัดการไปทีละชิ้น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วย แต่หลายคนอาจไม่ค่อยชอบวิธีนี้กันนัก และมักมองว่า การนั่งทำงานรวดเดียวให้เสร็จเลยน่าจะดีกว่า ซึ่งในจุดนี้อย่าลืมว่า ในการทำงานนั้น ๆ เราอาจถูกบางอย่างดึงดูดความสนใจได้เสมอ เช่น แมวตัวโปรดเดินมาอ้อนที่โต๊ะ หรือมี MSG จากเพื่อนส่งเข้ามา ซึ่งหากเป็นในกรณีเหล่านี้ เราอาจไม่สามารถทำงานเสร็จทันตามเวลาที่กำหนดได้

ดังนั้น แผนที่มีความชัดเจนจึงเป็นตัวช่วยทรงประสิทธิภาพที่จะดึงเอาเวลาของคุณกลับมา และสิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ อย่าลืมทำตามแผนนั้น ๆ

2. ขยายทีมงาน

ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ส่วนมากแล้ว Founder มักไม่ค่อยจ้างคนเพิ่ม เพราะเกรงว่าจะเพิ่มรายจ่ายให้กับธุรกิจมากเกินไป  ซึ่งก็ไม่ผิด แต่บางทีก็ไม่ถูก เพราะการไม่จ้างคนเพิ่ม อาจทำให้ตัว Founder เองโหลดงานมากไป จนกลายเป็นว่า Founder ต้องรับผิดชอบงานที่ไม่จำเป็น แทนที่จะไปโฟกัสด้านการสร้างธุรกิจอย่างที่ระบุไว้ในข้างต้น หากธุรกิจของคุณกำลังเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ การจ้างพนักงานเพิ่มเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

นอกจากนั้นยังมีหลายวิธีที่ไม่ทำให้รายจ่ายจากการมีพนักงานเพิ่มกลายเป็นภาระของธุรกิจ เช่น การชวนมาร่วมหุ้นด้วย ให้ผลตอบแทนเป็นหุ้นแทนที่จะเป็นค่าแรงแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งนอกจากจะได้คนมาช่วยงานแล้ว Founder ก็จะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้นด้วยนั่นเอง

3. ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

ลองพิจารณาถึงเทคโนโลยีที่ช่วยบริหารจัดการโปรเจ็ค และเทคโนโลยีที่ช่วยในการสื่อสาร เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับ Founder ได้มากทีเดียว แถมยังลดค่าใช้จ่ายได้ด้วย เพราะบางครั้งก็เป็นเครื่องมือให้ใช้งานฟรี ๆ กันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่เริ่มต้นกับธุรกิจใหม่กันจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง ลองพิจารณาสามตัวเลือกนี้กันดูบ้างก็คงไม่ผิดอะไร ที่สำคัญได้ผลอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url