พาเที่ยว 3 Co-Working Space สุดชิคใจกลางเมือง เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

หากเป็นแบรนด์ด้านการเป็น Co-Working Space ยุคบุกเบิกที่เจาะกลุ่ม Mass เราคงนึกถึง Hubba กันเป็นแบรนด์แรก ๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปถึง Hubba ชาวกรุงเทพฯ ก็มี Co-Working Space เปิดให้บริการกันมากมายจนเลือกแทบไม่หวาดไม่ไหว ที่สำคัญ บางแห่งไม่เก็บค่าบริการกันแล้ว เปิดให้เข้าใช้งานได้แบบฟรี ๆ แถมมีห้องน้ำห้องท่าบริการอย่างดีอีกด้วย

วันนี้เราจึงขอพาท่านผู้อ่านไปชม Co-Working Space เปิดใหม่ล่าสุด ของ 3 แบรนด์ 3 ค่ายที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าที่ไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน โดยแบรนด์ที่ 1 ขอเริ่มจาก

TOO FAST TO SLEEP.SCB

ใครที่อยู่ใจกลางสยามสแควร์ ซึ่งอาจเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษา น่าจะสนใจพื้นที่แห่งนี้ โดย TOO FAST TO SLEEP.SCB ตั้งอยู่ที่ชั้นสองของธนาคารไทยพาณิชย์สาขาสยามสแควร์ โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เหมาะสำหรับเป็นที่อ่านหนังสือ ประชุม (มีห้องประชุมพร้อมทีวีจอแบนขนาดมหึมา + Chromecast) หรือจะมาศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ ก็ยังได้ เพราะมีไวไฟให้ใช้ฟรี

ส่วนพื้นที่ก็แน่นอน เป็นห้องปรับอากาศที่รองรับได้ 100 คนกำลังสบาย แต่ถ้ามาถึง 150 คนก็อาจจะอบอุ่นมากขึ้นหน่อย

ภายในตกแต่งเอาใจเด็กวัยรุ่น แถมมีภาพศิลปะของศิลปินระดับตำนานอย่างป๊อด โมเดิร์นด็อก ต้อนรับ ณ บันไดทางเข้าด้วย (แต่ถามเด็ก ๆ หลายคน เขาบอกว่าป๊อด โมเดิร์นด็อกเป็นศิลปินสำหรับพ่อแม่นะ ไม่ใช่สำหรับกลุ่มเขาอีกแล้ว) ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ ผู้ใหญ่ใจดีซึ่งเป็นเจ้าของอย่างคุณเอนก จงเสถียร บอกว่า ทำมาเพื่อให้เป็นที่สุมหัวของเหล่าปัญญาชน ซึ่งอาจเป็นเพราะบรรดามหาวิทยาลัยใจไม่กว้างพอที่จะเปิดห้องสมุดให้เด็ก ๆ ได้เข้าใช้ 24 ชั่วโมงแบบต่างประเทศก็เป็นได้

AIS D.C.

อีกหนึ่ง Co-Working Space ที่น่าสนใจแถมตั้งอยู่ใจกลางเมืองเส้นสุขุมวิท ก็คือ AIS D.C. (AIS Design Centre) บนห้างเอ็มโพเรียม และเพิ่งเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจุดเด่นของ AIS D.C. คือพื้นที่กว้างขวาง นั่งสบาย มีหนังสือน่าอ่านมากมาย แถมยังมีโซนสำหรับสตาร์ทอัปหรือนักพัฒนาได้มาทดสอบระบบเชื่อมต่อ API ของผลิตภัณฑ์ตนเองเข้ากับ AIS Digital Platform กันได้ฟรี ๆ รวมถึงโซนสำหรับจัดแสดงนิทรรศการ และห้องสตูดิโอให้ได้เช่าใช้กันด้วย แต่การเข้าใช้ AIS D.C. ก็มีค่าใช้จ่ายระดับหนึ่ง นั่นคือ บุคคลทั่วไป 1,200 บาทต่อปี นักเรียนนักศึกษา 600 บาทต่อปี หรือแบบรายวันคิดที่ 150 บาทต่อคน เราจึงขอจัดอันดับ AIS D.C. เอาไว้สำหรับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะบรรดาสตาร์ทอัปที่น่าจะเหมาะกว่าวัยรุ่นวัยเรียนนั่นเอง

TrueSphere

สุดท้ายของบทความนี้ก็คือ TrueSphere ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ Co-Working Space ที่หรูที่สุดในบรรดาทั้ง 3 แบรนด์ที่หยิบยกขึ้นมาเลยก็ว่าได้ โดย TrueSphere เปิดมาเพื่อให้บริการแก่ผู้ถือบัตร Black Card ของทรูโดยเฉพาะ ซึ่งทรูเน้นการออกแบบที่หรูหราเพื่อสื่อถึงความเป็น First Class ของลูกค้ากลุ่มนี้ หวังให้เป็นบ้านหลังที่สองที่สามารถแวะเข้ามาพักกันได้เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ทรูยังพบว่า นอกจากจะถือบัตร Black Card แล้ว คนกลุ่มนี้ยังมักเป็นเจ้าของกิจการด้วย จึงมักมีการเจรจาทางธุรกิจเกิดขึ้นภายใน TrueSphere อยู่เสมอ ๆ ด้วยเหตุนี้ ในสาขาใหม่ ๆ ที่จะขยายตัวต่อไปของ TrueSphere จึงจะมีการเพิ่มพื้นที่ให้ผู้ใช้งานได้เจรจาธุรกิจกันได้สะดวกมากขึ้น

ภายในของ TrueSphere ยังมีบริการเสิร์ฟกาแฟระดับ Nitro Cold Brew กาแฟสกัดเย็นสูตรพิเศษที่จะผสมกับแก๊สไนโตรเจนผ่านถังอัดแรงดันจนเกิดเป็นครีมโฟมที่ละเอียด และมีรสสัมผัสใกล้เคียงกับเบียร์ Stout หรือเบียร์ดำของชาวตะวันตก อีกทั้งยังมีความหวานมากกว่ากาแฟ Cold Brew แบบปกติ ซึ่งจะเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศของความ Luxury ให้กับ TrueSphere ได้เป็นอย่างดี

ความหรูของ TrueSphere ยังไม่จบแค่พื้นที่ให้บริการ แต่ในส่วนของพนักงานนั้นก็คัดสรรมาอย่างดี ทั้งบุคลิกภาพ และความรู้ความสามารถ ซึ่งทรูมองว่า พนักงานเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของ TrueSphere เลยก็ว่าได้

ส่วนค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้ TrueSphere นั้นไม่มี ขอแค่ถือบัตร True Black Card ก็พอ

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีของ โซเชียล คลาวด์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายขาย : sale@socialcloud.co.th
Tel. : 02 026 3169
FB : @socialcloudcompany
Line : @socialcloud

เพิ่มเพื่อน




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url