สร้างคอนเทนต์ “VR” อย่างไรให้โดนใจผู้บริโภค

KFC

ทุกวันนี้ VR หรือ Virtual Reality เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสุดร้อนแรงที่หลายบริษัทนำมาใช้ทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และพบว่าหลาย ๆ ครั้งสามารถสร้างประสบการณ์ร่วมได้เป็นอย่างดี เหมือนเช่น กรณีที่แบรนด์ซัมซุงเคยใช้ VRสร้างประสบการณ์สนุกสุดเหวี่ยงให้กับบูธของตนเองในงาน Thailand Mobile Expo ด้วยการจัดบูธ Gear VR 4D Theatre ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มาทดลองประสบการณ์นั่งรถไฟเหาะตีลังกา – เข้าบ้านผีสิงกันมาแล้ว

ขณะที่ในซีกโลกตะวันตก เมื่อไม่นานมานี้ก็มีความร่วมมือระหว่าง KFC แบรนด์ไก่ทอดชื่อดังกับ Oculus Rift ในการสร้างเกมจำลองฝึกการทอดไก่ที่อาจเป็นอีกหนึ่งในแคมเปญที่ได้รับการกล่าวขานถึงความสร้างสรรค์

แต่ VR ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะหากมองย้อนกลับไป เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า มีการใช้เทคโนโลยี VR สร้างเป็นแคมเปญที่น่าสนใจออกมามากมาย แถมบางตัวยังสามารถสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดแก่ผู้ชมได้ด้วย

วันนี้เราจึงอยากชวนให้ทุกท่านได้ย้อนกลับไปดูกันว่า ในฝั่งเทคโนโลยี เราได้มีการสร้าง VR แบบใดออกมากันแล้วบ้าง

ใช้เป็นห้องเรียน

แบรนด์ที่จับ VR มาทำห้องเรียนได้ดีแบรนด์หนึ่งคือ L’Oreal กับการเปิดห้องเรียนสอนทำผมผ่าน Virtual Reality ที่ลดข้อจำกัดของการเรียนการสอนลงได้ เพราะในอดีตหลาย ๆ ครั้งเลยทีเดียวที่การสอน หรือสาธิตการทำงานโดยคุณครูที่อยู่หน้าชั้นยังไม่สามารถทำให้นักเรียนเข้าใจได้ดีเพียงพอ ซึ่ง L’Oreal ได้จับมือกับผู้ผลิตซอฟต์แวร์เวอร์ชวลเรียลิตี้ “8i” พัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมการเป็นช่างทำผมผ่านแว่น VR ให้ผู้เรียนได้เรียนแบบเจาะลึกมากยิ่งขึ้น

โดยผู้ที่เข้าอบรมจะสามารถชมการสาธิตการทำผมของผู้ฝึกสอนผ่านแว่นได้จากทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเดินไปรอบ ๆ ขณะผู้ฝึกสอนกำลังตัดผม เพื่อให้ได้เห็นในทุกมุมมอง หรือแม้กระทั่งไปยืนแทนที่ตำแหน่งของครูผู้สอนเพื่อให้เห็นภาพการตัดผมแบบชัดเจนก็ยังได้

 

ใช้ปรับพฤติกรรมนักโทษ

http://www.virtualrehab.co/

การใช้ VR เพื่อปรับพฤติกรรมนักโทษนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพราะมีการพบแนวโน้มว่า คนที่เคยติดคุกและพ้นโทษออกมาแล้ว มีโอกาสที่จะกระทำผิดใหม่ และถูกจับเข้าคุกใหม่ “เพิ่มสูงขึ้น”  นั่นจึงนำไปสู่โครงการพัฒนาเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักโทษในเรือนจำด้วย Virtual Reality ออกมาในชื่อ Virtual Rehab

Virtual Rehab Project นี้จะเป็นการให้เล่นบทบาทสมมติ แต่ให้นักโทษได้สัมผัสประสบการณ์ของเหยื่อผู้ถูกกระทำบ้าง เพื่อหวังให้นักโทษได้เห็นภาพอย่างที่เหยื่อเห็น จะได้เกิดความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจในความหวาดกลัวของผู้ตกเป็นเหยื่อด้วย ซึ่งสหรัฐอเมริกาคาดว่าโปรแกรมดังกล่าวจะสามารถลดจำนวนนักโทษที่ต้องเดินกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งลงได้

 

ใช้เตือนคนเมาแล้วขับ

งานนี้เป็นฝีมือของแบรนด์ Johnnie Walker ที่นำเทคโนโลยี virtual reality มาเตือนสติทุกคนที่มองข้ามอันตรายจากการเมาแล้วขับ เปิดให้ชมฟรีผ่าน Facebook 360, YouTube 360 และ NYT VR ผ่านอุปกรณ์ VR ทุกค่าย

เนื้อหาหลักของแคมเปญคือการเปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสความน่ากลัวของอุบัติเหตุด้วยความสมจริงแบบ 360 องศา โดยผู้สวมจะได้เห็นภาพจุดจบของอุบัติเหตุที่ผู้ขับและผู้โดยสารถูกกระแทกอย่างน่าสยดสยอง

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของ Nielsen และ YuMe ยังพบว่าผู้ใช้ที่ได้รับประสบการณ์ VR จากแบรนด์จะให้การตอบรับมากขึ้น 27% เมื่อเทียบกับคอนเทนต์ 2D ทั่วไป ขณะเดียวกัน รีแอคชันของผู้ใช้ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 17% เมื่อเทียบกับวิดีโอ 360 องศาที่นำเสนออย่างเรียบง่ายไร้เรื่องราวด้วย

จะเห็นได้ว่า หลาย ๆ ครั้งของไอเดียในการสร้างคอนเทนต์ VR ก็มาจากเรื่องราวใกล้ตัว หรือเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นสาธารณะ ซึ่งสำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียเกี่ยวกับ VR บางทีการสังเกตความเป็นไปของสังคม หรือคนรอบตัว ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจที่ดีได้เช่นกัน

 

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีของ โซเชียล คลาวด์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายขาย : sale@socialcloud.co.th
Tel. : 02 026 3169
FB : @socialcloudcompany
Line : @socialcloud

เพิ่มเพื่อน




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url