เปิดเทรนด์สตาร์ทอัป 2018

ในปีนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นปีที่วงการสตาร์ทอัปยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วโลก ซึ่งถึงแม้จะเป็นการกล่าวที่ขัดแย้งกับการสันนิษฐานของสื่อตะวันตกที่ว่ากันว่า สุดท้ายแล้ววงการสตาร์ทอัปคงจะไปได้ไม่ไกลไปกว่านี้ เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่หลาย ๆ แห่งเริ่มปรับตัวได้และหันมาพัฒนานวัตกรรมแข่งกับสตาร์ทอัปได้แล้ว แต่เราก็เชื่อว่า ยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งทั่วโลกที่มีปัญหา และต้องการสตาร์ทอัปเข้าแก้ปัญหานั้น ๆ อยู่เช่นกัน

โดยสิ่งที่เรามองเห็นในเทรนด์ของสตาร์ทอัปนั้น พบว่ามีโอกาสเติบโตในสตาร์ทอัปหลายกลุ่ม ได้แก่

สตาร์ทอัปด้านการจัดส่งสินค้า

ในปีนี้ ค่ายยักษ์ใหญ่จากโลกตะวันออกอย่างอาลีบาบา ได้นำโดรนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการจัดส่งสินค้า  ขณะที่ฟากของสหรัฐอเมริกาเอง ก็มี Amazon  ทำการทดสอบการบินส่งสินค้าด้วยโดรนอย่างขะมักเขม้น ส่วนประเทศญี่ปุ่น และประเทศในสหภาพยุโรปก็มีการทดสอบบริการจัดส่งสินค้าด้วยโดรนเกิดขึ้นเช่นกัน เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของการนำโดรนมาใช้งานในภาคธุรกิจมากขึ้นในปี 2018 โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดสตาร์ทอัปที่นำโดรนมาใช้ในการขนส่งสิ่งของแบบเฉพาะทางมากขึ้น เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลในเมืองไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล โดยในตอนนี้ที่ซานฟรานซิสโกมีสตาร์ทอัปชื่อ Zipline เปิดตัวบริการขนส่งเลือด และวัคซีนไปยังสถานพยาบาลที่อยู่ไกลออกไป โดยใช้โดรน และร่มชูชีพในการหย่อนพัสดุภัณฑ์ให้กับพื้นที่เป้าหมาย แต่ Zipline ไม่ได้เติบโตในสหรัฐอเมริกา หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว หากแต่โอกาสของ Zipline คือประเทศในแอฟริกา เช่น รวันดา, แทนซาเนีย

สตาร์ทอัปด้านการให้สินเชื่อ

ในบ้านเราอาจได้เห็นฟินเทคบางแห่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะสตาร์ทอัปผู้ให้บริการด้านสินเชื่อ แต่รูปแบบการให้สินเชื่อในอนาคตอาจไม่จำกัดอยู่แค่รูปแบบเดียว เช่น แทนที่จะมีแต่สินเชื่อที่ให้เงิน ก็อาจกลายเป็นสินเชื่อที่มอบสมาร์ทโฟนให้กับผู้กู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินแทน เพื่อแลกกับการติดตั้งซอฟท์แวร์พิเศษบางอย่างที่สามารถสะกดรอยพฤติกรรมผู้ใช้งานได้ โดยสตาร์ทอัปก็จะได้ข้อมูลไว้ใช้ประโยชน์ ในขณะที่ผู้กู้ก็จะได้สมาร์ทโฟนในราคาประหยัดกว่าเดิม

โดยโมเดลธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นโมเดลของสตาร์ทอัปชื่อ PayJoy ซึ่งในอนาคต เราก็อาจได้เห็นการให้สินเชื่อ หรือการกู้ยืมด้วยการแลกข้อมูลแทนการใช้เงินมากขึ้นก็เป็นได้

สตาร์ทอัปด้านการออกแบบบ้าน

ในปีนี้เป็นปีที่เราเริ่มเห็นการใช้งาน Virtual Reality – Augmented Reality กันอย่างจริงจัง เช่น เราได้เห็นค่ายยักษ์ใหญ่อย่างอิเกีย เริ่มแล้วกับการนำเทคโนโลยีเวอร์ชวลเรียลิตี้มาใช้ในการออกแบบหรือตกแต่งบ้าน ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานลองคลิกเลือกเฟอร์นิเจอร์ มาวางในบ้านจำลองเพื่อดูว่ามันเข้ากันได้กับเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ไหม ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่สตาร์ทอัปในตลาดนี้จะได้ฤกษ์เติบโตมากกว่าเดิม

สตาร์ทอัปด้านกดารติดต่อสื่อสาร

ในฟากของผู้บริโภคเราอาจมีแอปพลิเคชันแชทให้ใช้งานกันหลากหลายทั้งบนอุปกรณ์โมบายล์และคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป แต่ตลาดแอปพลิเคชันพื่อการแชทก็ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น กลุ่มนักผจญเพลิง กลุ่มพยาบาล ทหาร คุณหมอ ฯลฯ โดยส่วนหนึ่งพบว่า คนเหล่านี้มักไม่ได้นั่งโต๊ะทำงานมากนัก ดังนั้น แอปพลิเคชันที่พวกเขาต้องการจึงต้องใช้งานง่าย สามารถเพิ่มนัดหมาย หรือโทรออกได้ง่าย รวมถึงสามารถรับแจ้งข่าวสารต่าง ๆ จากหน่วยงานที่สังกัดอยู่ได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดก็มีแอปพลิเคชันในลักษณะนี้เช่นกัน ชื่อว่า Crew

สตาร์ทอัปด้านแชทบอท

แชทบอทที่มาพร้อมปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยงานต่าง ๆ ของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะในออฟฟิศที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น เราอาจมีแชทบอทของฝ่ายบุคคล สำหรับแจ้งข่าวสารต่าง ๆ ให้พนักงานในองค์กรทราบ โดยที่ทีมงานของฝ่ายบุคคลไม่ต้องลงมาทำเอง

หรือในกรณีของพนักงานที่ต้องการถามคำถามง่าย  ๆ สั้น ๆ ก็สามารถนำแชทบอทเข้ามาช่วยตอบแทนได้เช่นกัน โดยใครที่อยากทราบโมเดลธุรกิจของแชทบอทแนวนี้อาจลองค้นหาชื่อสตาร์ทอัป Spoke ดูก็ได้

จะเห็นได้ว่ายังมีพื้นที่เล็ก ๆ อีกมากให้บรรดาสตาร์ทอัปเล็ก ๆ เหล่านี้ได้แจ้งเกิด แ้ละเข้าแก้ปัญหาก่อนใคร ซึ่งนี่อาจเป็นบทพิสูจน์ว่า การเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเงินทุนหนาอาจไม่ได้เปรียบเสมอไปอย่างที่หลายคนมองกันก็เป็นได้

 

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีของ โซเชียล คลาวด์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายขาย : sale@socialcloud.co.th
Tel. 02 026 3169
FB : @socialcloudcompany
Line : @socialcloud




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url