มาสเตอร์การ์ดกับการปรับตัวในยุค “Gig Economy”

ต้องยอมรับว่าในยุคที่คน Generation Z กำลังจะก้าวขึ้นมามีบทบาทในโลกแห่งการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น รูปแบบ และความต้องการในการทำงานอาจแตกต่างออกไปจากคน Generation อื่น ๆ มากขึ้นเช่นกัน โดยรูปแบบการทำงานที่ชาว Gen Z ต้องการนั้นถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการ Gig Ecomomy ที่สื่อถึงการทำงานเป็นจ็อบ ๆ ไป อาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบของการทำงานในออฟฟิศจริงจัง หรือถ้าเป็นสมัยนี้ก็อาจเรียกงานเหล่านั้นว่า งานเอาท์ซอร์สก็ได้

นอกจากสไตล์ในการทำงานที่แตกต่างแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ ก็แตกต่างด้วย โดยมีการพบว่า ชาว Gen Z นั้นเป็นผู้ที่มีความคาดหวังสูงกับสื่อต่าง ๆ และเป็นกลุ่มที่ใช้ชีวิตแบบ “ออน-ดีมานด์” เนื่องจากมีทางเลือกมากมาย ซึ่งชาว Gen Z มองว่า ตนเองต้องการเป็นผู้กำหนดทางเลือกของตัวเอง และถ้าถูกชักจูง หรือมีการยัดเยียดข้อมูลมาให้ ก็จะเกิดทัศนคติเชิงลบต่อแบรนด์นั้นๆ ด้วย

สำหรับแนวคิดที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหล่านี้จึงอาจเป็น Sharing Economy เพราะจะทำให้ชาว Gen Z รู้สึกได้ว่าเขาเป็นผู้เลือกมากกว่าจะเป็นผู้ถูกเลือก ซึ่งบริการที่พบได้จาก Sharing Economy นั้นหลายคนอาจรู้จักกันดีอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น Uber, Airbnb หรือ Co-Working Space ต่าง ๆ นั่นเอง

แต่สำหรับบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินแล้ว ในไลฟ์สไตล์เหล่านั้นมีโอกาสให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเสมอ ด้วยเหตุนี้ทางมาสเตอร์การ์ดจึงมีการจับมือกับบริษัทด้าน Co-Working Space ชื่อ WeWork ที่มีสมาชิกราว 150,000 คนทั้ง Gen Z และ Gen อื่น ๆเพื่อนำเทคโนโลยีของมาสเตอร์การ์ดไปแทรกเอาไว้ในพื้นที่ของ WeWork ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Digital Payment Analytics ระบบซีเคียวริตี้ หรือ Loyalty Program ที่มีของแถมพิเศษให้กับผู้เข้าใช้บริการนั่นเอง

อีกหนึ่งบริการร่วมกันของมาสเตอร์การ์ดและ WeWork ก็คือ พวกเขามีมุมเล็ก ๆ เป็นคีออสที่มีขนมและน้ำอัดลมเรียงเป็นระเบียบ สมาชิกของ WeWork สามารถแตะสมาร์ทโฟนที่เปิดแอปพลิเคชันของมาสเตอร์การ์ด จากนั้นก็เข้าไปเดินเลือกซื้อขนมในคีออสนี้ได้เลย แล้วจะมีการตัดเงินกันเกิดขึ้น โดยพื้นที่ตรงนี้ถูกเรียกว่าตลาดแห่งความซื่อสัตย์ (Honesty Market) เพราะถ้าคุณไม่แตะสมาร์ทโฟนเพื่อยืนยันตัวตน ต่อให้คุณหยิบขนมออกไปหลายถุงแค่ไหน ระบบก็จะไม่สามารถคิดเงินขนมเหล่านั้นได้นั่นเอง

Group of business people using computers and communicating while working behind the glass wall in the creative office

การจับมือกันครั้งนี้ทำให้บรรดาผู้ให้บริการ Co-Working Space มองเห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีลงไปติดตั้งว่าจะสามารถทำเงินและรักษาความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กันได้อย่างไรด้วย

ยกตัวอย่างเช่น มาสเตอร์การ์ดนำเทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้สายเข้ามาใช้ควบคุมการเข้าออกพื้นที่ต่าง ๆ ภายในร้าน WeWork ซึ่งนอกจากจะรักษาความปลอดภัยให้ได้แล้ว ในกรณีที่สมาชิกเข้าใช้งานบริการต่าง ๆ เช่น ฟิตเนส หรือร้านอาหาร เทคโนโลยีเหล่านี้ยังช่วยดูแลคิดเงินให้เสร็จสรรพ เท่ากับว่าช่วยให้เงินไหลเข้าบัญชีโดยที่ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าเลยนั่นเอง ซึ่งแนวคิดนี้คล้าย ๆ กับ Amazon Go ที่เคยเปิดตัวร้านค้าแบบไม่มีพนักงานมาแล้วครั้งหนึ่ง

หรือผู้ที่ต้องการเข้ามาใช้ WeWork แบบสั้น ๆ ก็จะมีโต๊ะชื่อ Hot Dest ให้ โดยผู้ที่นั่งโต๊ะนี้จะถูกเรียกเก็บเงินตามการใช้งาน Facilities ที่แท้จริงเท่านั้น เมื่อใช้เสร็จก็ตัดเงินกันไปเป็นเคส ๆ นั่นเอง 🙂

ซึ่งงานนี้มาสเตอร์การ์ดได้ประโยชน์ไม่น้อย เนื่องจาก ทำให้แอปพลิเคชันของมาสเตอร์การ์ดยังคงครองใจผู้ใช้งานได้ไม่เสื่อมคลาย และอาจหมายถึงการนำเทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้สายนี้ไปกระจายให้เข้าถึงคน Generation ใหม่ได้ใช้งานกันด้วย

 

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีของ โซเชียล คลาวด์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายขาย : sale@socialcloud.co.th
Tel. 02 026 3169
FB : @socialcloudcompany
Line : @socialcloud




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url