พบเทรนด์ผู้บริโภคอเมริกัน เปลี่ยนมาซื้ออาหารผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น

หลาย ๆ ครั้งที่ตลาดสหรัฐอเมริกามักจะแสดงตัวว่าเป็นผู้นำเทรนด์โลก ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน กับการออกมาประกาศตัวเลขการเติบโตในธุรกิจ Mobile Payments ในอุตสาหกรรมอาหาร ที่พบว่าในปี 2017 นี้มียอดการใช้งานเพิ่มขึ้น 75% เลยทีเดียว ส่วนสาเหตุจะมาจากอะไรบ้างนั้น ลองมาติดตามกันดูค่ะ

บ้านเราอาจยังไม่มีหน่วยงานที่สำรวจและเก็บข้อมูลนี้ แต่ในสหรัฐอเมริกา ตามการเปิดเผยของRestaurant News พบว่า ก่อนจะมาเป็นตัวเลขที่เติบโตอย่างสูงนี้ มีการพัฒนากันมาเป็นระบบทีเดียว เริ่มจากบรรดาร้านอาหารที่พร้อมใจกันคิดค้นเมนูที่สามารถเสิร์ฟได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับบริการจัดส่งตามบ้าน

นอกจากนั้นยังมีปัจจัยจากแอมะซอน(Amazon) ในการซื้อกิจการโฮลฟู้ด (Whole Foods) ที่ทำให้ตลาดคึกคักมากขึ้น เพราะคู่แข่งต่างรอดูว่าแอมะซอนในฐานะเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกับร้านค้าประเภท Brick-and-mortar เช่น Whole Foods นั่นเอง

ปัจจัยที่สามคือการใช้งานลำโพงอัจฉริยะอย่าง Amazon Echo, Google Home และ Apple HomePodที่เริ่มมีการใช้งานอย่างกว้างขวาง ก็เป็นตัวการไดรฟ์การเติบโตในธุรกิจ Mobile Payments ในสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา แอมะซอนนำไปก่อนแล้วกับยอดขาย Amazon Echo กว่า 3 ล้านชิ้น ขณะที่ตัวเลขยอดขายในปีนี้พบว่า ทุกค่ายรวมกันขายได้แล้วประมาณ 3 ล้านชิ้น และทาง First Data คาดการณ์ว่า ยอดขายลำโพงนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านชิ้นในปี 2020 ด้วย

ปัจจัยที่ 4 คือการที่ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะสั่งซื้ออาหารและจ่ายเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะก่อนหน้านี้อเมริกันชนส่วนใหญ่ยังติดกับดักเรื่องการใช้บัตรพลาสติกอย่างบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตมาก จนยากจะเลิกใช้ได้ในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น
การเห็นเทรนด์ที่ผู้คนเปลี่ยนมาสั่งอาหารผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มสูงจึงแปลว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นได้เริ่มเปลี่ยนไปแล้วแม้จะทีละน้อยก็ตาม

หันมาดูข้อมูลจากแต่ละแบรนด์จะพบว่า ทั้งสตาร์บักส์, แมคโดนัลด์, ดังกิ้นโดนัท, โดมิโนพิซซ่า, ปาป้า จอห์นล้วนมียอดขายจากช่องทางดิจิตอลเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น เช่น ยอดขายของปาป้า จอห์นที่มาจากโทรศัพท์มือถือนั้นอยู่ที่  70% ส่วนยอดขายของสตาร์บักส์ก็อยู่ที่ 30%

อย่างไรก็ดี คุณ Glenn Fodor หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของ First Data เจ้าของข้อมูลชิ้นนี้บอกว่า ยอดการเติบโตที่รวดเร็วนี้อาจเทียบไม่ได้เลยกับในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้าที่ร้านอาหารจำนวนมากจะลงมาแข่งขันมากขึ้น เพื่อให้อาหารของร้านตัวเองมีเมนูประเภท Quick-Service เพื่อให้สั่งซื้อผ่านอุปกรณ์โมบายล์ได้

เป็นไปได้ว่า ความท้าทายเดียวที่ธุรกิจต้องเผชิญคือประเด็นด้านซีเคียวริตี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยมีบริษัทด้านข้อมูลถูกเจาะระบบและทำให้ข้อมูลลูกค้า 145 ล้านรายถูกขโมยไป หรือระบบหลังบ้านของแต่ละบริษัทเองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะในปี 2017 ก็มีรายงานว่าบริษัทอย่าง Chipotle, Pizza Hut หรือ Sonic ถูกเจาะระบบซีเคียวริตี้มาแล้วเช่นกัน

แน่นอนว่า จากผลการสำรวจเช่นนี้ ในปีหน้าเราจะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นด้วยโฆษณาต่าง ๆ และอาจทำให้มนุษย์ยึดติดกับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เพราะใคร ๆ รวมถึงโปรโมชันก็ไปอยู่บนอุปกรณ์สื่อสารกันหมดแล้วนั่นเอง




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url