2018 ปีแห่งการรุกตลาดของเบอร์เกอร์มหัศจรรย์ Impossible Foods

สำหรับปี 2018 ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะเป็นปีที่โลกเทคโนโลยีเฝ้ารอจะได้เห็นปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่อัจฉริยะมากกว่าเดิมแล้ว ในอีกฟากของโลกสตาร์ทอัปอาหารเปลี่ยนโลกอย่าง Impossible Foods ผู้ผลิตเบอร์เกอร์จากผักตามธรรมชาติ ก็ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่รุ่งโรจน์เช่นกัน ล่าสุดมีการเพิ่มช่องทางการขายใหม่แล้วให้ครอบคลุม 50 รัฐทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับ DOT Foods ผู้จัดจำหน่ายอาหารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา

การจับมือกับ DOT ทำให้เบอร์เกอร์ของ Impossible Foods มีตัวช่วยในการกระจายขนาดใหญ่ สู่ 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับอุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากวัตถุดิบที่ Impossible Foods ผลิตได้นั้น ถือเป็นแรร์ไอเท็มสำหรับร้านอาหาร และลูกค้าที่อยากจะทดลองชิมกันทั้งสิ้น สำหรับกำหนดการพบว่า ทาง DOT Foods จะเริ่มจัดจำหน่ายสินค้าของ Impossible Foods ในวันที่ 2 มกราคมที่จะถึงนี้

แต่หากถามถึงที่มาของ Impossible Foods คงย้อนไปในปี 2011 ซึ่งเป็นปีที่ Impossible Foods อยู่ระหว่างการพัฒนาวัตถุดิบของบริษัทให้มีรูปลักษณ์ รสชาติ และวิธีการปรุงดูเหมือนเนื้อวัวทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดนั้นผลิตมาจากพืช ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2016 ที่ร้านโมโมฟุกุ นิชิ โดยเชฟเดวิด ชาง ที่แมนฮัตตัน และชนะเลิศรางวัล เทสตี้ อวอร์ดประจำปี 2017 ในหมวดสุดยอดอาหารจากสตาร์ทอัป

โดยที่ผ่านมา เบอร์เกอร์ของ Impossible Foods นั้นกระจายอยู่ในภัตตาคารกว่า 400 แห่งตั้งแต่ฮาวาย จนถึงรัฐเมน โดยความต้องการของเบอร์เกอร์ผักที่ให้รสชาติไม่ต่างจากเนื้อนี้พุ่งสูงอีกครั้งในเดือนธันวาคม กับแคมเปญ #DemandImpossible ที่มีลูกค้าประมาณ 8,000 คน เรียกร้องให้ร้านค้าในเมืองของตัวเองเริ่มจำหน่ายเบอร์เกอร์ที่ทำจากผักนี้เสียที

สเตฟานี ลินด์ รองประธานฝ่ายขายของ Impossible Foods บอกว่า เบอร์เกอร์ของบริษัทนั้นเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่าง และสร้างโอกาสในการแข่งขันให้กับร้านอาหารอย่างแท้จริง ซึ่งการจะทำให้มันเข้าถึงร้านอาหารจำนวนมากได้ จำเป็นต้องพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายขนาดใหญ่อย่าง DOT Foods ที่มีศูนย์กระจายสินค้าถึง 9 แห่งทั่วประเทศ และสามารถกระจายสินค้าไปยัง 50 รัฐได้นั่นเอง

โดยที่ผ่านมา ร้านอาหารที่เพิ่มเมนูของ Impossible Foods เข้าไป จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 13% เมื่อเทียบกับร้านที่ไม่ได้ใช้เนื้อเบอร์เกอร์ชนิดนี้ และในส่วนของยอดขายสุทธิก็พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบแบบปีก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ใช้ด้วย และเนื้อที่ทำจากผักนี้ยังทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอีกถึง 30% เช่นกัน

ความพิเศษของ Impossible Foods ก็คือนอกจากจะสร้างสรรค์วัตถุดิบที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้แล้ว มันยังปราศจากการเร่งด้วยฮอร์โมน แอนติไบโอติก คอเรสเตอรอล และสารปรุงแต่งต่าง ๆ ด้วย นอกจากนั้นมันยังใช้น้ำน้อยลง 75% ลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกได้ 95% เมื่อเทียบกับธุรกิจปศุสัตว์อีกต่างหาก

ด้านวัตถุดิบของ Impossible Foods มาจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายตามธรรมชาติ เช่น น้ำ วีทโปรตีน น้ำมันมะพร้าว และโปรตีนจากมันฝรั่ง โดยมีวัตถุดิบพิเศษเพียงตัวเดียวก็คือ Heme ซึ่งเป็นตัวช่วยให้วัตถุดิบมีลักษณะและรสชาติคล้ายเนื้อบด โดยเฉพาะในเวลาย่างที่จะมีความฉ่ำคล้ายกับเนื้อย่างไหลออกมานั่นเอง

ในตอนนี้ Impossible Foods มีไลน์การผลิตในระดับอุตสาหกรรมแล้ว โดยตั้งอยู่ที่ เมืองโอคแลนด์ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งหลังจากที่กำลังผลิตในโอคแลนด์เดินหน้าเต็มกำลังแล้ว ทาง Impossible Foods มีแผนจะขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังภัตตาคารให้มากขึ้น รวมถึงเปิดตัวในธุรกิจค้าปลีกด้วย

Impossible Foods  ก่อตั้งขึ้นโดย ดร. Patrick O. Brown ผู้เชี่ยวชาญด้านไบโอเคมี และ Patrick O. Brown จากสถาบันทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยมีนักลงทุนจาก Khosla Ventures, Bill Gates, Google Ventures, Horizons Ventures, UBS, Viking Global Investors และ Temasek ร่วมให้ทุนสนับสนุนพวกเขา อย่างไรก็ดี บริษัทเคยถูกกูเกิลยื่นขอซื้อกิจการด้วย เพียงแต่ทาง Impossible Foods ปฏิเสธ เนื่องจากกูเกิลให้ราคาต่ำไปนั่นเอง

 




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url