5 เรื่องควรรู้สำหรับผู้ที่ครอบครอง “โดรน”

หากเอ่ยถึง “โดรน” ในสายตาของคนไอที หลายคนอาจเห็นภาพของเครื่องมือมากประโยชน์ที่สามารถนำมาช่วยงานในโปรเจ็คต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การบินเก็บข้อมูลตามพื้นที่ต่าง ๆ หรือการใช้บินขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าไปยังพื้นที่ทุรกันดาร

แต่แน่นอนว่า โดรนก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง หากผู้ใช้มีจุดประสงค์ในทางไม่ดี เครื่องมือมากประโยชน์ชิ้้นนี้ก็อาจก่อความเสียหายระดับสูงได้ เช่น การที่หลายประเทศใช้โดรนสังหารก่อสงคราม หรือในบ้านเราที่มีการใช้โดรนไปบินสำรวจพื้นที่สวนทุเรียนของเพื่อนบ้าน แล้วค่อยย่องเข้ามาตัดทุเรียนไปขาย

ด้วยเหตุนี้ทางกสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงได้ประกาศให้ผู้ที่มีโดรนต้องมา “ขึ้นทะเบียนโดรน” และได้ลงมตินำร่างประกาศโดรนไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีจุดที่ผู้ครอบครองโดรนควรทราบดังนี้

1. การนำเข้าโดรนต้องขออนุญาต เรียกว่าต่อไปนี้ ใครที่จะนำเข้าโดรนมาในประเทศไทยต้องขออนุญาตก่อนทุกกรณี

2. มีโดรนต้องขึ้นทะเบียน สำหรับคนที่มีโดรนในครอบครองแล้ว ต้องมาขึ้นทะเบียนโดรนให้เรียบร้อย หากมีโดรนไว้ในครอบครองก่อนที่ร่างนี้จะประกาศต้องมาขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา แต่ถ้าซื้อหลังจากวันที่ร่างประกาศไปแล้ว ก็สามารถลงทะเบียนได้เลยที่ร้านค้าที่ซื้อผ่านระบบออนไลน์ หรือจะมาที่ กสทช. ก็ได้ โดยต้องลงทะเบียนทุกกรณีไม่ว่าโดรนตัวนั้นจะมีกำลังส่งเท่าใด

3. ถ้าไม่ขึ้นทะเบียนโดรน แล้วมีการใช้งาน ถือว่าเป็นการลักลอบ เจ้าของมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

4. การนำโดรนขึ้นบิน ถ้าโดรนที่ใช้มีคลื่นความถี่ 433.05-434.79MHz กำลังส่งไม่เกิน 10 มิลลิวัตต์ คลื่นความถี่ 2400-2500MHz กำลังส่งไม่เกิน 100 มิลลิวัตต์ และ คลื่นความถี่ 5725-5850MHz กำลังส่งไม่เกิน 1000 มิลลิวัตต์ ไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตใช้ แต่ถ้าเกินกว่านั้น ต้องขออนุญาต

5. สำหรับผู้ค้าต้องขอใบอนุญาตค้าวิทยุคมนาคม และต้องแจ้งบัญชีเครื่องว่ามีเครื่องรุ่นไหนที่อยู่ที่ร้านด้วย ส่วนผู้ที่ซื้อโดรนมาใช้ เมื่อซื้อมาแล้วถ้าคลื่นความถี่ กำลังส่งไม่สูงเกินที่กำหนดไว้ข้างต้น ไม่ต้องขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ แต่ถ้าเกินต้องแก้ไขกำลังส่งให้เป็นไปตามที่กำหนด

โดยจากการเปิดเผยของ กสทช. พบว่ายอดขึ้นทะเบียนโดรนทั้งประเทศถึงวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมานั้นมียอดรวมทั้งสิ้น 8,943 เครื่อง โดยขึ้นทะเบียนที่ กสทช. 8,219 เครื่อง ขึ้นทะเบียนที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จำนวน 706 เครื่อง และขึ้นทะเบียน ณ สถานีตำรวจ 18 เครื่อง

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบข่าวและยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนสามารถไปขึ้นทะเบียนได้ที่ สำนักงาน กสทช. ถนนพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) พญาไท กรุงเทพฯ, สำนักงาน กสทช. ภาคและสำนักงาน กสทช. เขต ทั่วประเทศ, สถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือหากสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 ฟรี หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2670 8888 ต่อ 7479




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url